eduzhai > Applied Sciences > Transportation >

ปัจจัยแห ่งความส าเร็จและผลกระทบต ่อการขนส ่งและโลจิสติกส์ของไทย กรณีโครงการท่าเร ือน าลึกและนิคมอ ุตสาหกรรมทวาย สหภาพเมียนมาร์ (Success Factors and the Effects on Transportation and Logistics in Thailand from the Dawei Deep Seaport and Industrial Zone De䵎瘯ἔ瘰㧆瘮羙癖甒ฎ

  • Save

... pages left unread,continue reading

Document pages: 11 pages

Abstract: Thai : งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะศึกษาปัจจัยแห่งความส าเร็จและผลกระทบด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ต่อ ประเทศไทย กรณีโครงการพัฒนาท่าเรือน้ าลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย สหภาพเมียนมาร์ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาด ใหญ่ของภูมิภาคที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลสหภาพเมียนมาร์ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ ที่จะร่วมกันสนับสนุนให้โครงการ ประสบความส าเร็จ โดยในส่วนการศึกษาปัจจัยแห่งความส าเร็จ ใช้วิธีการสัม ภาษณ์เชิงลึกในลักษณะเฉพาะเจาะจงผู้ที่ เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการฯ ได้แก่ ผู้บริหาร ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการก าหนดนโยบายด้านการขนส่งและโล จิสติกส์ของประเทศ (ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ส านักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร และกรมเจ้าท่า) ผู้ประกอบการผลิตเพื่อส่งออก และผู้ประกอบการให้บริการด้านโลจิสติกส์จ านวนทั้งสิ้น 23 คน ขณะที่ ในส่วนผลกระทบด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ต่อประเทศไทย ใช้วิธี1) จัดท าตัวแบบการค านวณต้นทุนการ ขนส่งและโลจิสติกส์เปรียบเทียบระหว่างเส้นทางดั้งเดิม กรณีไม ่มีโครงการพัฒนาท่าเรือน้ าลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย คือ จากท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านท่าเรือสิงคโปร์ ไปยังท่าเรือเชนไนของประเทศอินเดีย และเส้นทางใหม ่ที่เกิดจากการพัฒนา โครงการฯโดยการขนส่งสินค้าทางบก ผ่านชายแดนไทยที่กาญจนบุรี ไปยังท่าเรือทวาย เพื่อส่งต่อทางเรือไปยังท่าเรือเชนไน ประเทศอินเดีย เช่นกัน โดยใช้ตัวแบบตามวิธีการ activity-based costing (ABC) ท าการค านวณต้นทุนค่าขนส่งและโลจิ สติกส์ตามกิจกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งเส้นทางเดิมจะใช้ค่าบริการจริงในการค านวณ ส่วน เส้นทางใหม ่จะใช้สมมุติฐานค่าบริการของท่าเรือย่างกุ้ง สหภาพเมียนมาร์ เพื่อจ าลองเปรียบเทียบว่าเส้นทางใหม ่จะช่วยลด ต้นทุนขนส่งได้หรือไม ่ และวิธีที่2) จัดท าการสัมภาษณ์เชิงลึกในลักษณะ Focus group ของผู้เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการฯ ในกลุ่มตัวอย่างที่ได้กล่าวแล้วในส่วนของการศึกษาปัจจัยแห่งความส าเร็จ จากการศึกษาในส่วนปัจจัยส าคัญที่มีผลกระทบต่อความส าเร็จของโครงการฯ พบว่า ความสนใจของผู้ประกอบการ ต่างชาติที่จะเข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมทวาย เป็นปัจจัยที่กลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์มองว่ามีความส าคัญมากที่สุด เพราะ ผู้ประกอบการต่างชาติมีศักยภาพและความน่าเชื่อถือ สามารถดึงดูดนักลงทุนรายอื่นๆ ให้เกิดความเชื่อมั่นในการเข้ามาลงทุน ในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น ส าหรับด้านความเป็นประชาธิปไตย ระบอบการปกครอง ความน่าเชื่อถือของระบบการเงินและการคลัง การปรับปรุงกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ คือปัจจัยที่กลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์เห็นว่ามีความส าคัญ เป็นอันดับต้นๆ ที่จะท าให้โครงการพัฒนาดังกล่าวประสบผลส าเร็จ ในส่วนการจัดท าตัวแบบค านวณต้นทุน เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ต่อประเทศไทย พบว่า การขนส่งสินค้าด้วยเส้นทางปัจจุบันในกรณีที่ไม ่มีโครงการฯ คือ จากกรุงเทพฯ-ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือสิงคโปร์ ผ่านช่องแคบ มะละกา ไปสู่ท่าเรือเชนไน ประเทศอินเดีย มีราคาถูกกว่า การขนส่งสินค้าด้วยเส้นทางใหม ่ คือ ขนส่งจากกรุงเทพฯ-จ. กาญจนบุรี-ท่าเรือทวาย สหภาพเมียนมาร์-ท่าเรือเชนไน ประเทศอินเดีย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการขนส่งด้วยเส้นทางใหม ่จะมี ราคาสูงกว่าเส้นทางเดิม แต่ถ้าเทียบกับระยะทางที่สั้นกว่าของเส้นทางใหม ่ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในการขนส่ง เส้นทางใหม ่จึง เป็นทางเลือกที่มีประโยชน์ส าหรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว นอกจากนั้น หากโครงการพัฒนาทวายเสร็จสมบูรณ์และมีการ แข่งขันด้านการค้า รวมถึง การบริหารจัดการด้านการขนส่งสินค้าเที่ยวเปล่ามีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ต้นทุนลดด้านการขนส่ง ลดลง จากการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการผลิตเพื่อส่งออก ผู้ให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงส่วน ราชการที่ก าหนดนโยบาย พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นว่าเส้นทางปัจจุบันได้เปรียบกว่า ทั้งในด้านต้นทุน ความสะดวก ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เพราะเส้นทางปัจจุบันมีมาตรฐานดี ผู้ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ ทั้งท่าเรือ ผู้ให้บริการใน ท่าเรือ ศุลกากร มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ มีสายเรือให้เลือกใช้บริการหลายราย และเนื่องด้วยใช้การขนส่งทาง เรือเป็นหลัก ซึ่งราคาถูกกว่าการขนส่งประเภทอื่นๆ ท าให้ค่าใช้จ่ายเส้นทางปัจจุบันโดยรวมมีราคาถูกกว่า อย่างไรก็ตาม งานวิจัยฉบับนี้มีข้อเสนอแนะว่า หากโครงการท่าเรือน้ าลึกทวายส าเร็จลุล่วงจะสามารถช่วยลด ระยะเวลาการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังตลาดทางฝั่งตะวันตกของภูมิภาคโดยไม ่ต้องเสียเวลาอ้อมช่องแคบมะละกา ซึ่งเริ่มมี ความหนาแน่นในการจราจร รัฐบาลไทยจึงควรเร่งให้ความร่วมมือกับรัฐบาลสหภาพเมียนมาร์เพื่อให้โครงการส าเร็จตาม เป้าหมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเชื่อมโยงกับโครงการทวาย โดยการพัฒนาระบบขนส่งทางบก ทั้งทางถนน และทางรถไฟ จาก กทม. เชื่อมต่อไปยังโครงการฯ ผ่านด่านชายแดนที่จังหวัดกาญจนบุรีให้มีประสิทธิภาพตามแผนการ สนับสนุนอย่างแท้จริง จึงจะเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งและโลจิสติกส์ของไทยในที่สุด English : The objective of this research work is to examine the success factors and the effects on transportation and logistics in Thailand from the Dawei Deep Seaport and Industrial Estate Development Project in Myanmar, which is a mega project of the region of Southeast Asia, and is carried out with the collaboration between Thai and Burmese Governments. The governments of the two countries have signed the MOU to join hands with each other in order to drive this project towards the success. To study on the success factors for this project, the focus group interview method is applied. The focus group composed of those related to the project, including top level officials from government agencies responsible on transport and logistics policy, namely, the Office of the National Economic and Social Development Board, the Office of Transport and Traffic Policy and Planning and the Habour Department. Also included are executives of export manufacturers and the logistics service providers. The total number of a sample is 23. As for the study on the effects that the project has on transportation and logistics in Thailand, it includes two methodologies. The first methodology is to set out the model to calculate the cost of the transportation and logistics in the old route before the project is initiated- from Laem Chabang Seaport to Chennai Sea Port in India, through Singapore’s Seaport, to be compared with the cost of the transportation and logistics in the new route from the project- the land transportation to Dawei Seaport, through Thai border in Kanchanaburi Province, and the sea transport from Dawei Seaport to Chennai Seaport in India. The model utilized the Activity-Based Costing (ABC) method whereby the logistics costs are calculated on the bases of all activities that take place from the beginning to the end of the transportation and logistics. The calculation for the old route is based on the actual costs whilst the calculation for the new route is based on the costs of all the services at Yangon Seaport, Myanmar. This will lead to the realization whether the new route can reduce costs or not. The second way to study on the effects is to have the focus group interview with all the stakeholders that are related to the project, which have been mentioned before. The study on the success factors of the project leads to the findings that the attendants to the focus group interview deem that the foreign investors’ interest in investing in the industrial zone in the project is the most important success factor. This is because foreign investors have potentials and reliability, so they can attract other investors to the project. As for the aspect of the democracy, the polity, the credibility of the financial and treasury systems, and the amendment of laws and regulations in order to facilitate the foreign investors’ investment, are also deemed to be highly important factors that lead to the success of the project. As for the use of the cost calculating model for analyzing the effects that the project has on transportation and logistics in Thailand, it leads to the findings that the transportation and logistics via the current route (without the project) is cheaper than the new route (with the project). However, since the new route is shorter thus, it can be a useful alternative for those who want faster transportation. In addition, if the Dawei Development Project finishes, the competitiveness in trade will rise and the management of the transportation of empty containers will be more effective; hence, the transportation ad logistics costs will decrease. The focus group interview with all the related stakeholders as already stated, leads to the findings that most of the attendants to the interview deem that the current route is more useful to the new one in terms of costs, convenience, safety and credibility because many of them believe that the service providers in the current route comply with acceptable standards and have efficiency in management, and that there are many liners to serve customers. Since the logistics mainly relies on maritime shipping, which is cheaper than other types of logistics, the cost of the current route is cheaper than the cost of the new route. However, there is also a suggestion. That is, since the Dawei Project can decrease the time spent on the delivery of Thai products to the western side of the religion because there is no more need to pass through the Strait of Malacca which is a crowded traffic route, Thai government should collaborate with Burmese government in order that the project can be accomplished as planned. Most importantly, there should be the development of land transportation from Bangkok to the project through the frontier in Kanchanaburi Province as projected in the supporting plan. This will eventually benefit the transportation and logistics in Thailand.

Please select stars to rate!

         

0 comments Sign in to leave a comment.

    Data loading, please wait...
×